วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ผู้ก่อตั้ง Facebook กับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวแบบใหม่

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รูปภาพของนาย Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Facebook กว่า 300 รูปได้ถูกเปิดเผยสู่สาธารณชนหลังจากที่เว็บไซต์เครือข่ายสังคมนี้ได้เปลี่ยน การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวให้เป็นแบบใหม่โดยตั้งให้การเปิดเผยรูปภาพเป็นตัวเลือกปริยาย

ในตอนแรก บุคคลทั่วไปสามารถชมรูปภาพของผู้ก่อตั้ง Facebook เหล่านั้นได้ โดยสำนักพิมพ์ Gawker ได้ฉวยโอกาสตีพิมพ์รูปภาพบางรูปด้วย แต่หลังจากนั้นไม่นาน รูปภาพส่วนใหญ่ก็ได้ถูกตั้งค่าให้เป็นส่วนตัว (ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ) และโฆษกของบริษัท Facebook ก็ได้ยกตัวอย่างการเปลี่ยนการตั้งค่าดังกล่าวเพื่ออธิบายว่า นาย Mark Zuckerberg ก็เป็นเหมือนบุคคลอื่นที่ได้ผ่านช่วงการชั่งใจว่าจะเลือกเปิดเผยหรือปิดบัง ข้อมูลของตน โดยแหล่งข่าววิจารณ์ว่าการที่เขาต้องชั่งใจนั้นไม่น่าเชื่อถือนัก เนื่องจากเขาต้องทำการชั่งใจนั้นก่อนที่เลือกเปิดเผยข้อมูลไม่ใช่ทำหลังจาก รูปภาพเขาถูกเปิดเผยแล้ว

ระบบใหม่สำหรับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของ Facebook ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากองค์กรภาคเอกชนหลายองค์กรเนื่องจากได้กำหนดค่าปริยาย ไว้ให้เป็นการเปิดเผยข้อมูล ซึ่งผู้ใช้เว็บไซต์บางคนอาจไม่เข้าใจและเลือกค่าที่ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของ ตนถูกเปิดเผยต่อสาธารณะโดยไม่รู้ตัว

ที่มา lemonde.fr (ภาษาฝรั่งเศส) และคำแปลภาษาอังกฤษโดย Google Translate

วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ศาลฝรั่งเศสตัดสินให้ผู้ผลิตคืนเงินค่า Windows ที่ขายพร้อมเครื่องพีซี

ตั้งแต่ปี 2550 ที่ผ่านมา ศาลผู้บริโภคของฝรั่งเศสได้เริ่มตัดสินว่าผู้ผลิตและจำหน่ายพีซีในฝรั่งเศส มีหน้าที่ต้องคืนเงินค่าระบบปฏิบัติการและโปรแกรมอื่นๆ ให้แก่ผู้บริโภคที่ไม่ต้องการโปรแกรมเหล่านั้น

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2552 ศาลผู้บริโภคเมือง Metz ได้สั่งให้ MSI ผู้ผลิตพีซีคืนเงินค่า Windows Vista Premium และ Cyberlink DVD ให้กับผู้ซื้อเป็นจำนวนเงินถึง 180 ยูโร จากราคาขายพีซี 1,200 ยูโร โดยศาลได้ปฏิเสธที่จะรับฟังเหตุผลของ MSI ว่าผู้ซื้อสามารถเลือกซื้อพีซีอื่นที่มีคุณลักษณะคล้ายกันได้โดยไม่ต้องซื้อ เครื่องของ MSI ทั้งนี้ ศาลให้เหตุผลที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ผลิตจะยกเหตุดังกล่าวขึ้นอ้างได้ ก็ต่อเมื่อพีซีที่มีคุณลักษณะใกล้เคียงกันดังกล่าวหาซื้อได้โดยผู้ซื้อไม่ ต้องมีความยุ่งยาก และมีวางจำหน่ายเป็นการทั่วไป (ไม่ใช่หาได้ยากหรือไม่มีวางขายทั่วไปเป็นปกติ)

ที่มา 01net.com และคำแปลเป็นภาษาอังกฤษโดย Google Translate

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Apple Store แห่งแรกในฝรั่งเศสเปิด 7 พฤศจิกายนนี้

หลังจากที่ชาวฝรั่งเศสรอมานาน ร้าน Apple Store แห่งแรกในฝรั่งเศสก็จะเปิดตัวในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้

ร้านขายอุปกรณ์ตรา Apple ดังกล่าวจะใช้สถานที่ภายในศูนย์การค้า Le Carrousel du Louvre ซึ่งตั้งอยู่ใต้พีรามิดแก้วของหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือพิพิธภัณฑ์ Louvre โดยร้านมีพื้นที่แบ่งออกเป็นสองชั้น รวมแล้วประมาณ 715 ตารางเมตร

สำหรับบริการในร้าน ก็ไม่แตกต่างจากร้าน Apple Store ที่อื่น กล่าวคือ มีการขายผลิตภัณฑ์ Apple, บริการ One to One, Genius Bar, การนัดพนักงานสำหรับ Customized Shopping ฯลฯ

แหล่งข่าวระบุว่า โดยปกติ ในการเปิดร้าน Apple จะมีเซอร์ไพรส์พิเศษให้กับลูกค้า ซึ่งในงานนี้ นักข่าวบางรายถึงกับคาดว่านาย Steve Jobs จะให้เกียรติมาเปิดร้านด้วยตนเอง

ที่มา SVMMac.fr และเว็บไซต์ของ Apple ฝรั่งเศส

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2552

อังกฤษเตรียมร่างกฎหมายตัดอินเทอร์เน็ต


หลังจากที่กฎหมายตัดอินเทอร์เน็ตในฝรั่งเศสกำลังจะมีผลบังคับใช้ อังกฤษก็กำลังเตรียมร่างกฎหมายประเภทเดียวกัน

ในชั้นแรก กฎหมายดังกล่าวจะกำหนดให้ทางการแจ้งเตือนผู้ดาวน์โหลดผิดกฎหมายให้หยุดการ กระทำที่ฝ่าฝืนลิขสิทธิ์ โดยหากไม่ปฏิบัติตาม ก็อาจจะโดนลดแบนด์วิธการดาวน์โหลด หรือโดนตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในที่สุด

แหล่งข่าวให้รายละเอียดว่า รัฐบาลอังกฤษ โดย Department for Business, Skills and Innovation กำลังยกร่างกฎหมายดังกล่าว และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ได้ในราวเดือนเมษายน 2553 ทั้งนี้ ในปี 2553 จะยังไม่มีการบังคับใช้การตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เนื่องจากต้องการเน้นการสร้างจิตสำนึกก่อน และรัฐบาลอังกฤษคาดว่า ในหนึ่งปี จะสามารถลดการดาวน์โหลดผิดกฎหมายได้ประมาณร้อยละ 70 อย่างไรก็ดี ในปีถัดไป รัฐบาลก็จะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด กล่าวคือ ตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสำหรับผู้ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

นอกจากนี้ รัฐบาลอังกฤษเน้นว่า กฎหมายดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาการละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์ โดยในระยะยาว รัฐบาลจะมีมาตรการเพื่อช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมจับมือกับผู้บริโภคเพื่อให้มี สินค้าที่มีราคาที่สมเหตุสมผลมากขึ้นและช่วยให้การถ่ายโอนเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์ระหว่างสื่อต่างๆ สามารถทำได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ลดปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ได้อีกทางหนึ่ง

ทางด้านภาคประชาสังคม อาทิ กลุ่ม Open Rights ซึ่งเป็นองค์กรล็อบบี้ด้านลิขสิทธิ์ ได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายดังกล่าว เนื่องจาก เป็นการทำให้ผู้ทำผิดกฎหมายกลายเป็นอาชญากร ไม่ใช่เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยกลุ่มดังกล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลศึกษาการเปิดกว้างให้ประชาชนเข้าถึงสื่อ ต่างๆ ได้มากขึ้น แทนที่จะยอมปฏิบัติตามอุตสาหกรรมเพลงที่กดดันให้รัฐบาลออกกฎหมายดังกล่าว

ที่มา BBC.co.uk

วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2552

Windows Café ปารีสเปิดแล้ว


ในโอกาสวันเริ่มขาย Windows 7 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ได้เปิดร้าน Windows Café แล้วที่ใจกลางกรุงปารีส โดยร้านกาแฟดังกล่าวเป็นร้านแรกและร้านเดียวในโลกของผู้ผลิตระบบปฏิบัติการหมายเลขหนึ่งของโลก

Windows Café เป็นร้านกาแฟ กล่าวคือ ไม่มีการขายอุปกรณ์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือไม่มีการให้คำแนะนำหลังการขายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ไมโครซอฟท์ (ซึ่งนักข่าวฝรั่งเศสวิจารณ์ในเรื่องนี้ว่าไมโครซอฟท์พลาดโอกาสเพราะเปิด Microsoft Store ในสหรัฐฯ แต่ทำไมไม่ทำที่ฝรั่งเศสเพื่อให้เป็นแห่งแรกในยุโรป) แต่จะขายเครื่องดื่มและของทานเล่น อย่างไรก็ดี ร้านนี้เป็นเหมือนโชว์รูมของผลิตภัณฑ์ Microsoft ทุกประเภท อาทิ Windows 7 หรือ XBox และยังมีการแสดงผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ต่างๆ รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ อาทิ การใช้จอสัมผัสในระบบปฏิบัติการใหม่ของไมโครซอฟท์ หรืออุปกรณ์สื่อสาร โดยผู้ใช้บริการก็ยังสามารถชมเครื่องพีซีตัวอย่างกว่า 30 เครื่อง ทดลองเล่นเกมส์ใหม่ๆ หรือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายฟรีได้อีกด้วย

ในวิดีโอนำชมร้าน (ภาษาฝรั่งเศส) เป็นที่น่าสนใจว่าเมนูรายการเครื่องดื่มตั้งชื่อเครื่องดื่มตามสิ่งที่ เกี่ยวข้องกับระบบ Windows 7 อาทิ Frutti Bing, Silverlight, Aero Manguo, Ginger Snap, Seven, Banana Win Shake, Explorer... พร้อมกับบรรทัดสุดท้ายในเมนูเขียนว่า "Blue Screen : Cocktail supprimé définitivement" (จอสีฟ้า : ค็อกเทลซึ่งไม่มีขายแล้ว)

อนึ่ง ร้าน Windows Café นี้เปิดเป็นการชั่วคราว และจะปิดลงในปลายเดือนธันวาคมนี้


ที่มา 01net.com (ภาษาฝรั่งเศส) และคำแปลภาษาอังกฤษโดย Google Translate, วิดีโอนำชมร้าน (ภาษาฝรั่งเศส)

วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ศาลรัฐธรรมนูญฝรั่งเศสตัดสินกฎหมายตัดอินเทอร์เน็ตไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

ตามที่ฝ่าย ค้านฝรั่งเศสได้ยื่นร่าง พรบ. ตัดอินเทอร์เน็ตในกรณีดาว์นโหลดผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ (HADOPI) ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฝรั่งเศสนั้น เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยแล้วว่า ร่าง พรบ. HADOPI ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ


อย่างไรก็ดี ในคำวินิจฉัยเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินว่า บทบัญญัติของร่าง พรบ. ในส่วนที่ให้อำนาจรัฐบาลในการกำหนดเงื่อนไขทางพระราชกฤษฎีกาสำหรับการจ่าย ค่าสินไหมทดแทนให้เจ้าของลิขสิทธิ์โดยผู้กระทำผิด (ร่างมาตรา 6.II) นั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญและให้แก้ไขบทบัญญัติดังกล่าวให้กำหนดเงื่อนไขลงไปในตัว กฎหมายเอง

อนึ่ง หลังการประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตรายใดในฝรั่งเศสที่ดาวน์โหลดแบบผิดกฎหมาย ก็จะได้รับแจ้งให้หยุดการกระทำผิดกฎหมายนั้น และหากไม่ปฏิบัติตาม การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยผู้ใช้รายนั้นก็จะถูกระงับในที่สุด

ที่มา นสพ. Le Monde (ภาษาฝรั่งเศส) และคำแปลโดย Google Translate เป็นภาษาอังกฤษ, แถลงข่าวโดยศาลรัฐธรรมนูญฝรั่งเศส (PDF)

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ผลการประกอบการชี้ Apple ขาย Mac ได้มากขึ้นแต่ขาย iPod ได้น้อยลง

Apple เปิดเผยผลการประกอบการไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2552 (สิ้นสุด ณ วันที่ 26 กันยายน 2552) ว่ามีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 18 กล่าวคือ 5,704 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นมากที่สุดร้อยละ 46.5 ในไตรมาสสุดท้ายไตรมาสเดียว

นาย Peter Oppenheimer ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินของบริษัท กล่าวว่า "Apple พึงพอใจเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับผลการประกอบการไตรมาสสุดท้ายและในภาพรวมทั้งปี"

ผลการประกอบการซึ่งเป็นที่น่าพอใจมากนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากยอดขายทั้ง หมดประจำปีซึ่งเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 12.5 เป็น 36,537 ล้านดอลลาร์ โดยยอดขายของคอมพิวเตอร์ Macintosh เพิ่มขึ้นมากที่สุด กล่าวคือ ร้อยละ 17 และ iPhone เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 ส่วน iPod ยอดขายลดลงร้อยละ 8
สำหรับนักลงทุน ในไตรมาสสุดท้ายที่ผ่านมา หุ้นของ Apple ได้ทำกำไรได้มากถึง 1.82 ดอลลาร์ต่อหุ้น ในขณะที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ว่าจะทำกำไรได้เพียง 1.42 ดอลลาร์ โดยตลอดปีผ่านมากำไรต่อหุ้นมีมากถึง 6.29 ดอลลาร์ จากที่คาดการณ์ไว้ 5.39 ดอลลาร์ และดัชนีหุ้นของ Apple ก็ได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.36 หลังการประกาศผลการประกอบการดังกล่าว

ทั้งนี้ Steve Jobs ประธานบริษัท ได้ประกาศว่าผลการประกอบการสำหรับช่วงสิ้นปีที่จะมาถึงก็จะดีมากเช่นกัน และบริษัทจะเสนอ "สินค้าที่มีคุณภาพสำหรับช่วงเทศกาลสิ้นปี และสินค้าที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งในปี 2553" ซึ่งก็อาจจะหมายความถึง Apple Tablet ที่ตกเป็นข่าวลือมาได้สักพักหนึ่ง

ที่มา นสพ. Le Monde (ภาษาฝรั่งเศส) และ Apple Inc.

Google แสดงข้อมูลส่วนบุคคลจากบัญชี Twitter


หนังสือพิมพ์ Los Angeles Times เผยว่าผู้ที่สนใจจะดูข้อมูลบัญชี Twitter ที่ไม่เป็นสาธารณะสามารถใช้ Google ค้นหาข้อมูลโดยใช้วลี "site:twitter.com/ชื่อบัญชี" ในช่อง Search แล้ว Google ก็จะแสดงข้อมูลบัญชีนั้นๆ ในบางส่วน โดยเฉพาะคำต้นๆ ของประโยคที่เจ้าของบัญชีได้เลือกที่จะทำให้เป็นส่วนบุคคล (ไม่สาธารณะ)

ตัวอย่างเช่น การค้นหาบัญชี Twitter ของ Bill Clinton ใน Google จะแสดงผลให้เห็นว่าอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้เคยพบปัญหาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (ประโยคไม่เต็มจาก "My internet died! I guess ...") หรือรู้สึกหดหู่มากเกินที่จะ... (ประโยคไม่เต็มจาก "I have been too depressed ...")

การเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวตั้งโจทก์เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในบัญชี Twitter หรือของเว็บไซต์อื่นๆ ที่เจ้าของเลือกที่จะปกป้องแต่ก็ยังโดนเว็บไซต์ค้นหาเข้าถึงและทำดัชนีข้อมูลไว้

อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่โดนเปิดเผยดังกล่าวเป็นข้อมูลที่เคยเป็นสาธารณะมาก่อนและเจ้าของ ได้เลือกที่จะไม่เปิดเผยในภายหลัง และที่ผ่านมา Twitter ได้แก้ไขข้อบกพร่องคล้ายๆ กันมาแล้วสองครั้ง ครั้งแรกเกี่ยวกับตัวค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ Twitter เอง และครั้งที่สองเกี่ยวกับการแสดงข้อมูล RSS ซึ่งในทั้งสองกรณีนี้ ได้มีแสดงข้อมูลส่วนบุคคลก่อนที่จะได้รับการแก้ไข

ที่มา Los Angeles Times

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2552

โปรแกรม iPhone จาก App Store กว่า 60% ถูกละเมิดลิขสิทธิ์

หลังจากที่ผู้ใช้อุปกรณ์ในแพลตฟอร์ม iPhone ได้ดาว์นโหลดโปรแกรมกว่าสองพันล้านครั้ง จากแคตาล็อกซึ่งเสนอโปรแกรมจำนวนกว่า 85,000 โปรแกรมนั้น App Store หรือร้านขายโปรแกรมออนไลน์ของ Apple ได้แสดงให้โลกเห็นว่าการประสบความสำเร็จด้านการขายโปรแกรมออนไลน์ต้องทำ อย่างไร อย่างไรก็ดี ถึงแม้ Apple จะสร้างป้อมปราการไว้แข็งแกร่งเพียงใด ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์บนแพลตฟอร์ม iPhone ก็ยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก

ผลการศึกษาของสถาบัน Pinch Media แสดงให้เห็นว่าโปรแกรมสำหรับสมาร์ทโฟนของ Apple นั้นถูกดัดแปลงแก้ไขเพื่อให้ใช้แบบละเมิดลิขสิทธิ์พร้อมทั้งมีให้ดาว์นโหลด อยู่บนเครือข่าย peer-to-peer เป็นจำนวนมาก โดยอุปกรณ์บนแพลตฟอร์ม iPhone ที่ได้ส่งข้อมูลให้ Pinch Media จำนวนกว่า 4 ล้านเครื่องเป็นเครื่องที่ได้ถูกปลดล็อก และ 1.5 ล้านเครื่องจากเครื่องจำนวนดังกล่าวเป็นเครื่องที่เคยใช้งานโปรแกรมละเมิด ลิขสิทธิ์อย่างน้อยหนึ่งครั้ง

ในเรื่องนี้ สถาบัน Pinch Media ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ถึงแม้การใช้โปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์บนแพลตฟอร์มของ Apple จะเกิดขึ้นทั่วโลก หากมองลึงลงไปในสถิติ ก็จะพบว่าการใช้เครื่องที่ปลดล็อกและสามารถใช้โปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์ (jailbreak) มีความสำคัญไม่เท่ากันตามภูมิภาค ดังนี้ ในจีน มี iPhone และ iPod Touch ที่ปลดล็อกจำนวนประมาณ 35% จากจำนวนเครื่องทั้งหมด ในขณะที่ในญี่ปุ่นและสหรัฐฯ มีประมาณ 5% และ 8% ในฝรั่งเศส โดยตัวเลขดังกล่าวจะสูงขึ้นในประเทศที่ประชากรมีรายได้ในระดับต่ำ ทั้งนี้ Pinch Media ได้ประเมินตัวเลขดังกล่าวจากข้อมูลที่ผู้พัฒนาโปรแกรมได้ประมวลไว้
Pinch Media ยังระบุอีกว่า จากจำนวนโปรแกรมทั้งหมดใน App Store โปรแกรมที่เคยถูกละเมิดลิขสิทธิ์แล้วมีจำนวนกว่า 60% และผู้ใช้โปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์จะใช้เวลากับโปรแกรมนั้นๆ น้อยกว่าผู้ใช้โปรแกรมถูกต้องตามลิขสิทธิ์

นอกจากนี้ ผลการศึกษาดังกล่าวก็ได้แสดงให้เห็นถึงข้อจำกัดของแนวความคิดที่อธิบายว่า การใช้โปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์เป็นการทดลองใช้ก่อนซื้อ (sampling) เนื่องจากมีผู้ใช้โปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์เพียง 0.43% ที่ได้ซื้อโปรแกรมอย่างถูกต้องตามกฎหมายหลังจากได้ทดลองใช้ และสำหรับโปรแกรมรุ่นทดลองใช้ที่มีคุณลักษณะน้อยกว่าโปรแกรมรุ่นเต็มนั้น ก็มีผู้ใช้เพียง 7.4% ที่ตัดสินใจจ่ายเงินเพื่อหันไปใช้โปรแกรมเดียวกันรุ่น premium

ที่มา Pinch Media

Google และ Amazon ต่างก็ต้องการเป็นผู้นำด้านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์

สัปดาห์นี้ Amazon เพิ่งเริ่มวางขาย Kindle หรือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ของตนในยุโรป ในขณะเดียวกัน บริษัทอื่นๆ ต่างก็พยายามที่จะแข่งกัน Amazon เพื่อเป็นผู้นำด้านการเผยแพร่หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ โดยในตลาดนี้ การเป็นผู้นำไม่ได้ขึ้นอยู่กับการจำหน่ายอุปกรณ์อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยการพัฒนารูปแบบการเผยแพร่สินค้า ซึ่งเป็นหัวสำคัญของการครองตลาด ดังที่สินค้าด้านวัฒนธรรมอื่นๆ อาทิ เพลง รายการทีวี หรือวีดิทัศน์ ได้แสดงให้เห็นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

แล้วใครจะเป็นผู้นำตลาดด้านนี้ในอนาคต ?

เกี่ยวกับเรื่องนี้ คงต้องเท้าความถึงแพลตฟอร์มการกระจายสินค้าของ Apple ซึ่งเป็นผู้นำตลาดด้านเพลงเพราะเป็นระบบที่ใช้งานได้ง่ายกับอุปกรณ์พกพาฟัง เพลง MP3 พร้อมกับยังมีแคตาล็อกเพลงที่หลากหลาย สำหรับตลาดหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งยังเป็นตลาดที่เพิ่งเกิดแต่ก็มีศักยภาพสูง ปัจจัยดังกล่าวทำให้ Amazon ตั้งใจที่จะใช้ชื่อเสียงของตนจากเว็บไซต์ขายหนังสือฉบับ "กระดาษ" เพื่อกลายเป็นผู้ครองตลาด อย่างไรก็ดี Google ก็ได้ประกาศว่าจะเผยแพร่ระบบการวางขายผลิตภัณฑ์ด้านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เช่นกัน โดยตั้งชื่อแพลตฟอร์มไว้ว่า Google Editions และได้ทำสัญญากับสำนักพิมพ์บางรายแล้ว

ดังนี้ ในปี 2553 ก็น่าจะมีบริษัทที่หันมาทำตลาดด้านนี้อย่างน้อย 3 ราย กล่าวคือ Sony ซึ่งจะเสนอหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ประมาณ 100,000 เล่มในแคตาล็อกของตน, Amazon 330,000 เล่ม และ Google ประมาณ 500,000 เล่ม ซึ่งจำนวนหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวยังไม่นับรวมหนังสือที่เป็นสาธารณสมบัติ (public domain) โดย Google Books เป็นผู้นำในด้านนี้อยู่ในปัจจุบัน

อนึ่ง เกี่ยวกับ Google Books ผู้นำด้านเว็บไซต์ค้นหากำลังเผชิญหน้ากับการต่อต้านจากทั่วโลก เนื่องจากเจ้าของลิขสิทธิ์เห็นว่า Google ละเมิดลิขสิทธิ์ของพวกเขา และยังทำตัวเป็นผู้ผูกขาดตลาดด้านนี้โดยปริยาย โดยเฉพาะสำหรับงานประพันธ์ที่ยังมีลิขสิทธิ์แต่เจ้าของลิขสิทธิ์หรือผู้สืบ สิทธิไม่มีชีวิตอยู่แล้ว และการเจรจาความตกลงที่ Google จะทำกับสำนักพิมพ์ต่างๆ ของสหรัฐอเมริกา ก็หยุดชะงักไปในปัจจุบัน เนื่องจากไม่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกาแล้ว

ที่มา นสพ. Le Monde (ภาษาฝรั่งเศส) และคำแปล Google Translate ภาษาอังกฤษ

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2552

สนามบิน Manchester ทดลองเครื่องสแกนเห็นผู้โดยสารเปลือย

ท่าอากาศยาน Manchester ได้เริ่มทดลองใช้เครื่องสแกนเนอร์ที่แสดงผลเป็นภาพเปลือย โดยระบุว่าเครื่องสแกนเนอร์นี้สามารถทำให้การตรวจจับวัตถุอันตรายทำได้รวดเร็วขึ้น

อย่างไรก็ดี นอกจากการเปิดเผยอาวุธและวัตถุระเบิด การตรวจจับดังกล่าวก็ยังสามารถแสดงให้เห็นโครงร่างสีขาวดำที่ชัดเจนของหน้า อกเทียมหรืออวัยวะส่วนลับของผู้โดยสารได้เช่นกัน

ผู้แทนท่าอากาศยานฯ เน้นว่า รูปภาพดังกล่าวไม่ใช่รูปภาพเปลือยอนาจารและจะถูกทำลายทิ้งลงในทันที และอธิบายเหตุที่เครื่องแบบใหม่ถูกนำมาทดสอบใช้ว่าผู้โดยสารบางรายเห็นว่า การตรวจค้นร่างกายที่ทำอยู่ในปัจจุบันไม่สะดวกและไม่เหมาะสม ทั้งนี้ การใช้เครื่องสแกนเนอร์แบบใหม่นี้แค่ทำให้ผู้โดยสารต้องเดินผ่านเครื่อง เพื่อรับการตรวจจับเท่านั้น โดยผู้ตรวจสอบจะอยู่ในอีกจุดหนึ่งที่ห่างออกไปจากผู้รับการตรวจสอบ และผู้รับการตรวจสอบไม่ต้องถอดรองเท้า เข็มขัด หรือเสื้อผ้า แต่อย่างใด และหากผู้โดยสารใดไม่เห็นด้วยกับการใช้เครื่องดังกล่าว ก็สามารถปฏิเสธและขอไม่รับการสแกนได้ (แต่บทความไม่ได้ระบุว่า หากปฏิเสธแล้ว จะต้องผ่านการตรวจค้นร่างกายแบบปกติด้วยหรือไม่)

ที่มา BBC (มีรูปภาพประกอบด้วย)

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2552

นายกรัฐมนตรีเยอรมันไม่เห็นด้วยกับ Google Books

นาง Angela Merkel นายกรัฐมนตรีเยอรมนี วิจารณ์โครงการห้องสมุดเสมือนของ Google ว่า ละเมิดลิขสิทธิ์และทำการปลอมแปลง

โครงการดังกล่าวโดย Google ได้สแกนหนังสือแล้วกว่า 10 ล้านเล่มในโลก โดยในบางประเทศ อาทิ ในฝรั่งเศส สำนักพิมพ์บางแห่ง เช่น Seuil ก็อยู่ระหว่างฟ้องศาลให้ตัดสินว่า Google ปลอมแปลงและละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สามวันก่อนงานเทศกาลหนังสือเมืองแฟรงก์เฟิร์ตครั้งที่ 61 นาง Merkel ได้เผยว่า เธอต้องการให้มีความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ของผู้สร้าง เนื้อหาและผู้ประพันธ์หนังสือ โดยกล่าวว่า "รัฐบาลเยอรมนีมีท่าทีที่ชัดเจน : ลิขสิทธิ์ต้องได้รับการคุ้มครองในโลกอินเทอร์เน็ต และด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่ยอมรับการสแกนหนังสือที่ไม่เคารพหลักการดังกล่าว อย่างที่ Google เป็นผู้ทำ และรัฐบาลเยอรมนีจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของนักเขียนของตน"

ที่มา นสพ. Le Monde ภาษาฝรั่งเศส และคำแปล Google Translate ภาษาอังกฤษ

Facebook คิดค้นดัชนีชี้วัดความสุข

Facebook ได้สร้างดัชนีผลมวลรวมแห่งความสุข (Gross National Happiness Index) ซึ่งจะใช้ถ้อยคำด้านบวกและด้านลบในสถานะของผู้ใช้ Facebook เพื่อประเมินสภาพทางจิตใจหรืออารมณ์ของชาวอเมริกัน

บล็อกทางการของ Facebook ระบุว่า "ในแต่ละวัน การปรับปรุงสถานะโดยผู้ใช้ Facebook เป็นการแสดงออกให้คนที่เขารักรับรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไร จึงเป็นเหมือนกระจกสะท้อนสภาพทางจิตใจของพวกเขา และเมื่อนำมารวมกัน ก็จะได้เป็นดัชนีซึ่งบ่งชี้ให้เห็นถึงสภาพทางจิตใจของพวกเราทุกคน"

ดัชนีดังกล่าวยังใช้ได้เฉพาะในภาษาอังกฤษเนื่องจากในปัจจุบันมีผู้ใช้ Facebook จากสหรัฐอเมริกาถึง 87 ล้าน (ตัวเลขเดือนมิถุนายน 2552) จากผู้ใช้ทั้งหมดทั่วโลก 300 ล้านคน อย่างไรก็ดี Facebook อยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มความสามารถดังกล่าวให้กับภาษาอื่นๆ ในอนาคต

ในการกำหนดค่าดัชนี Facebook ได้ร่วมงานกับนักจิตวิทยาเพื่อจัดทำฐานข้อมูลถ้อยคำที่แสดงออกถึงสภาวะทางอารมณ์ไม่ว่าจะเป็นถ้อยคำในด้านบวก (ความสุข) หรือด้านลบ (ความทุกข์) ตัวอย่างถ้อยคำด้านบวก มี "happy" (สุข) "yay" (เจ๋ง) และ "awesome" (เยี่ยม) ในขณะที่ด้านลบมี "sad" (เศร้า) "doubt" (ไม่แน่นอน/สงสัย) และ "tragic" (สลดใจ)

ข้อมูลอีกอย่างที่น่าสนใจคือ ในช่วงเทศกาลวันหยุดหรือโอกาสพิเศษ อาทิ วันขอบคุณพระเจ้า, วันฮาโลวีน, วันชาติอเมริกัน, วันอีสเตอร์ หรือวันคริสต์มาส ดัชนีดังกล่าวจะถีบตัวขึ้นสูงโดยอัตโนมัติ โดยวันที่ 5 พฤศจิกายน 2551 คือวันที่นาย Barack Obama ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ดัชนีได้พุ่งขึ้นสูงที่สุดเป็นประวัติกาล

สำหรับวันที่ดัชนีได้ลดลงต่ำที่สุดคือ วันที่หุ้นในทวีปเอเชียตกท่ามกลางวิกฤตทางเศรษฐกิจซึ่งเป็นวันเดียวกับที่นักแสดงชื่อดัง Heath Ledger เสียชีวิตลง (22 มกราคม 2551) โดยมีวันที่ 25 มิถุนายน 2552 คือวันที่นักร้องชื่อดัง Michael Jackson เสียชีวิตลง ตามมาเป็นอันดับสอง

ดูดัชนีดังกล่าวได้ที่เว็บไซต์ของ Facebook

ที่มา บล็อกของ Facebook

สมาร์ทโฟน : Android จะแซงหน้าไอโฟนในปี 2012 ?

เว็บไซต์ ComputerWorld เผยว่า จากการศึกษาของ Gartner โทรศัพท์ของ Google จะมีส่วนแบ่งตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นแซงหน้าไอโฟนในปี ค.ศ. 2012 ด้วยส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 14.5 (ประมาณ 76 ล้านเครื่อง) แม้ว่าในปัจจุบัน Android จะมีส่วนแบ่งตลาดเพียงร้อยละ 2 ก็ตาม

ส่วน Symbian ในปีนั้น ก็จะยังคงเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งร้อยละ 39 (ประมาณ 203 ล้านเครื่อง) ซึ่งหมายความว่า จะเสียส่วนแบ่งตลาดมากกว่าร้อยละ 10 นับจากปีนี้ (ปัจจุบัน Symbian มีส่วนแบ่งร้อยละ 50)

ถัดจาก Symbian และ Android ไอโฟนตามมาเป็นอันดับ 3 ด้วยส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 13.7 และสำหรับไมโครซอฟท์ แม้ว่าจะมีระบบปฏิบัติการใหม่ Windows Mobile 6.5 (Windows Phone Platform) ช่วย ก็จะได้อันดับ 4 ด้วยส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 12.8 โดยมี Blackberry ตามหลังมาติดๆ ด้วยส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 12.5

ตามความเห็นของ Gartner ระบบของ Google จะประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากความเป็นที่นิยมของเครื่องหมายการค้า Google นอกจากนี้ ยังเป็นระบบเปิดซึ่งได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดีจากผู้ผลิตโทรศัพท์ตั้งแต่ Samsung, Motorola จนถึง LG ฯลฯ ซึ่งต่างก็ได้วางขายหรือเตรียมวางขายโทรศัพท์ Android ภายใต้เครื่องหมายการค้าของตน ทั้งนี้ Google ได้เตรียมที่จะออก "Donut" หรือ Android รุ่นถัดไปในไตรมาสที่ 2 ของปี ค.ศ. 2010

ที่มา computerworld.com

Mozilla ก็ไม่ชอบ Google Chrome Frame

หลังจากที่ไมโครซอฟท์ได้ออกมาประกาศว่าโปรแกรมเสริม Chrome Frame ของ Google ซึ่งติดตั้งตัวประมวลการแสดงผลเว็บ WebKit เพื่อใช้ใน Internet Explorer (รุ่น 6, 7 และ 8) ทำให้เบราว์เซอร์มีความเสี่ยงเกี่ยวกับความปลอดภัยเพิ่มขึ้น วันนี้ ผู้แทนมูลนิธิ Mozilla  ก็ออกมาแสดงความเห็นในทางเดียวกัน

Mitchell Baker ผู้บริหารมูลนิธิ Mozilla ได้อธิบายในบล็อกของเธอว่าทำไม Chrome Frame จึงไม่ได้เป็นความคิดที่ดีนัก โดยเฉพาะ การที่ Chrome Frame ทำให้การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ (การเก็บรักษารหัสผ่าน ค่ากำหนดความปลอดภัย การตั้งค่าส่วนบุคคลต่างๆ ฯลฯ) กระจัดการจายกันระหว่างตัวประมวลการแสดงผลเว็บต่างๆ อีกปัญหาหนึ่ง ก็คือ แนวความคิดตามแบบ Google นี้อาจจะทำให้ผู้สร้างเนื้อหาเว็บไซต์บางรายใช้วิธีกำหนดตัวประมวลการแสดงผลตามที่ตนต้องการเอง ซึ่งจะทำให้เกิดการสับสนในการใช้เบราว์เซอร์ต่างๆ

ในอีกบล็อกหนึ่ง Mike Shaver วิศวกรที่มูลนิธิ Mozilla ก็ได้เผยว่า โปรแกรมเสริม Chrome Frame ทำให้คุณลักษณะบางอย่าง (เช่น การดูเว็บแบบส่วนตัว) ใช้งานไม่ได้โดยปริยาย ซึ่งสำหรับเขาแล้ว ควรให้ผู้ชมเว็บเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะใช้เบราว์เซอร์ตัวใดสำหรับเว็บไซต์ใด แทนที่เว็บไซต์จะเป็นผู้เลือกและผสมตัวประมวลผลการแสดงเว็บกันจนมั่วไปหมด

ที่มา บล็อกของ Mitchell Baker และบล็อกของ Mike Shaver

เจ้าของไอโฟนจอระเบิดร้องศาลให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระตรวจสอบ

นาง Marie-Dominique Kolega แม่ของเด็กเจ้าของไอโฟนที่จอระเบิด ให้สัมภาษณ์ว่า แม้ว่าเธอได้รับไอโฟนเครื่องใหม่ที่แอปเปิลส่งให้ ก็จะไม่ยอมส่งโทรศัพท์เครื่องที่จอระเบิดคืน เนื่องจากยังไม่ได้รับคำอธิบายเกี่ยวกับความเปราะบางของจอดังกล่าวจากแอปเปิล และด้วยเหตุนี้ ได้ขอให้ทนายความร้องขอต่อผู้พิพากษาให้มีคำสั่งให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระตรวจสอบคุณภาพของจอไอโฟนดังกล่าว ทั้งนี้ ทนายความได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า แอปเปิลติดต่อลูกความเขาทุกวันเพื่อขอให้ส่งโทรศัพท์ที่จอระเบิดคืน

แหล่งข่าวให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นาง Kolega ตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณภาพจอไอโฟนที่ระเบิดว่า เธอไม่แน่ใจในความเป็นกลางของแอปเปิล หรือของทางการฝรั่งเศสเอง จึงร้องขอให้ศาลสั่งผู้เชี่ยวชาญอิสระเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบ

อนึ่ง คณะกรรมาธิการยุโรปได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์คล้ายกันที่ได้เกินขึ้นในเยอรมันและสหราชอาณาจักร โดย นาง Meglena Kuneva กรรมธิการด้านสิทธิของผู้บริโภค ได้กล่าวว่าอาจสั่งห้ามขายไอโฟนในสหภาพยุโรป หากมีเหตุให้เชื่อได้ว่าโทรศัพท์ของแอปเปิลไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้

ที่มา 01net (ภาษาฝรั่งเศส) และคำแปล Google Translate เป็นภาษาอังกฤษ

ฝ่ายค้านฝรั่งเศสร้องศาลรัฐธรรมนูญว่ากฎหมายตัดอินเทอร์เน็ตขัดต่อรัฐธรรมนูญ

พรรคสังคมนิยมฝรั่งเศส (Parti socialiste : PS) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านในปัจจุบัน ได้ร้องศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาความสอดคล้องต่อรัฐธรรมนูญของร่าง พ.ร.บ. ตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของฝรั่งเศส (ชื่อย่อในภาษาฝรั่งเศส Hadopi 2) ซึ่งได้ผ่านรัฐสภาแล้ว และอยู่ระหว่างประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาฝรั่งเศส

ผู้แทนฝ่ายค้าน ให้เหตุผลว่า กฎหมายดังกล่าว แม้ว่าจะได้แก้ไขร่างเดิมที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในการตัดอินเทอร์เน็ตมาเป็นการให้อำนาจกับศาลแล้วก็ตาม ก็ยังไม่เคารพสิทธิเสรีภาพมูลฐานในด้านศาล โดยเฉพาะหลักสำคัญในการสันนิษฐานว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ กล่าวคือ ร่าง พ.ร.บ. บัญญัติให้ใช้ "กระบวนการทางศาลแบบง่าย" คือใช้ผู้พิพากษาเพียงคนเดียวในการตัดสินคดี (ตัดสินว่าจะต้องตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือไม่) รวมถึง ไม่ให้สิทธิกับจำเลยในการโต้แย้ง (contradictory procedure) หรือไม่ออกนั่งบัลลังก์เหมือนคดีทั่วไป

เมื่อมีผู้ยื่นร่างกฎหมายฉบับนี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแบบนี้ การประกาศใช้กฎหมายนี้ก็ต้องเลื่อนออกไปก่อนจนกระทั่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้ว

ที่มา นสพ. Le Monde ภาษาฝรั่งเศส และคำแปล Google Translate เป็นภาษาอังกฤษ